วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มรดกโลก



มรดกโลก คืออะไร ?  
 นิยามและความหมาย
           มรดกอันทรงคุณค่าที่มนุษย์ได้รับจากอดีตได้ใช้และภาคภูมิใจในปัจจุบัน และถือเป็นพันธกรณีในการทะนุบำรุงดูแลรักษา เพื่อมอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแด่มวลมนุษยชาติในอนาคต
มรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่มีความโดดเด่นเป็นเลิศในระดับสากล เมื่อได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่ง “มรดกโลก” แล้ว ไม่ว่าจะมีที่ตั้งอยู่ในขอบเขตดินแดนของประเทศใด ถือได้ว่าเป็นมรดกของมนุษยชาติทั้งปวงในโลก

อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรม และทางธรรมชาติ
           อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก” ถูกกำหนดขึ้นจากความพยายามของนานาชาติเพื่อหยุดยั้งความสูญสลาย เสื่อมโทรมของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าที่ตั้งอยู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก อนุสัญญาฯ ฉบับนี้ได้รับการรับรองจากรัฐสมาชิกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ในการประชุมใหญ่สมัยสามัญครั้งที่ ๑๗ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ โดยอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ.๒๕๑๘



วัตถุประสงค์
           วัตถุประสงค์สำคัญของอนุสัญญาฯ คือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการคุ้มครองและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติให้ดำรงคุณค่าความโดดเด่นเป็นมรดกของมนุษยชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตตลอดไป
           รัฐภาคีในอนุสัญญาฯ ต้องยอมรับในเบื้องต้นว่ามีหน้าที่รับผิดชอบในการศึกษาวิเคราะห์วิจัย เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันและการสงวนรักษา แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในประเทศของตน รัฐภาคีต้องยอมรับว่าจะดำเนินการต่างๆ ดังกล่าวโดยทรัพยากรในประเทศของตน หรือบางครั้งอาจได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติ เพื่อให้แหล่งมรดกโลกได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสมและดีที่สุด

บัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก : ขั้นตอนและวิธีการพิจารณา
           อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ได้กำหนดไว้ว่า การนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เพื่อให้บรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก จะกระทำได้โดยรัฐบาลแห่งประเทศภาคีสมาชิกในอนุสัญญาฯ ผู้มีอำนาจอธิปไตยเหนือแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาตินั้น ๆ เท่านั้น ประเทศภาคีสมาชิกอื่น ๆ หรือประเทศที่มิใช่ภาคี ร่วมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ไม่อาจเป็นผู้นำเสนอได้ คณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศภาคีสมาชิกต่าง ๆ รวม 21 ประเทศ เป็นผู้พิจารณาตัดสินว่าแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่ถูกนำเสนอแหล่งใดสมควรได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก โดยที่ประเทศภาคีสมาชิกผู้นำเสนอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณานี้แต่ประการใด
           หน่วยงานที่มีหน้าที่รับและพิจารณาเอกสารการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของประเทศต่าง ๆ เพื่อดำเนินการต่อไป คือ สำนักเลขานุการคณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส โดยกำหนดให้วันที่ 30 มิถุนายน เป็นวันสุดท้าย ของการรับเอกสารนำเสนอฯ ประจำปี หลังจากนั้น แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ถูกนำเสนอดังกล่าว จะได้รับการพิจารณาประเมินคุณค่า ตามขั้นตอนต่าง ๆ จนท้ายสุดจะนำเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาตัดสินในการประชุมสมัยสามัญประจำปีของปีถัดไป
           เอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่ฝ่ายเลขานุการได้รับในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนมิถุนายน ของปีถัดไป จะถูกรวบรวมและนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการกลางของคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาประเมินคุณค่า ในเบื้องต้นการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารมีพื้นฐานอยู่บนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะด้านวิชาการจากองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลการประเมินคุณค่าแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติแต่ละแหล่งไว้ให้องค์กรระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่ปรึกษาดังกล่าว ได้แก่ สภาระหว่างประเทศว่าด้วยโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี (ICOMOS) และศูนย์ระหว่างชาติว่าด้วยการศึกษาการอนุรักษ์และบูรณปฏิสังขรณ์สมบัติทางวัฒนธรรม (ICCROM) ในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรม และสหภาพการอนุรักษ์โลก (IUCN) ในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อได้พิจารณาข้อมูลการประเมินคุณค่าที่องค์กร ที่ปรึกษาได้นำเสนอแล้ว คณะกรรมการบริหารจะมีมติเป็นข้อเสนอแนะว่าแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาตินั้น ๆ ควรได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกหรือไม่ หรือควรได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากองค์กรที่ปรึกษาหรือจากประเทศภาคีสมาชิกผู้นำเสนอแหล่ง
           คณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุมสมัยสามัญประจำปี ในเดือนธันวาคมของทุกปี จะพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบริหารร่วมกับข้อมูลการประเมินคุณค่าและข้อเสนอแนะขององค์กรที่ปรึกษาก่อนที่จะตัดสินว่ามรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ แหล่งใดควรได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก ประจำปีนั้น ๆ
           ขั้นตอนและวิธีการพิจารณาเพื่อการบรรจุแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก เป็นการดำเนินการที่เคร่งครัดและละเอียดรอบคอบ ดังนั้น แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่ถูกนำเสนอเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากไม่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาอันเข้มงวดนี้
เกณฑ์มาตรฐานของมรดกโลก ทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ
           มรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่ได้รับการประเมินคุณค่าให้เป็นแหล่งมรดกโลก ต้องมีคุณสมบัติเป็นมรดกทางวัฒนธรรมหรือทางธรรมชาติ ที่มีคุณค่าโดดเด่นตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ใน “แนวทางการปฏิบัติตามอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก” ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

           มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถาน ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่ก่อสร้างที่แยกหรือเชื่อมต่อกันที่มีความเป็นเอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานที่สำคัญที่อาจเป็นผลงานจากฝีมือมนุษย์หรือเป็นผลงานร่วมกันระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีคุณค่าล้ำเลิศในทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ มานุษยวิทยา หรือวิทยาศาสตร์
           มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานของมรดกโลกจะได้รับการพิจารณาให้อยู่ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้ในกรณีที่มีลักษณะโดดเด่นตามหลักเกณฑ์ข้อใด ข้อหนึ่ง หรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้
           1. เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรมหรือตัวแทนของความงดงาม และเป็นผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดยิ่ง หรือ
           2. เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่งในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดของโลก หรือ
           3. เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐานแสดงขนบธรรมเนียมประเพณี หรือ อารายธรรมซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ หรืออาจสูญหายไปแล้ว หรือ
           4. เป็นตัวอย่างของลักษณะโดยทั่วไปของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือ อุตสาหกรรม หรือ
           5. เป็นตัวอย่างของลักษณะอันเด่นชัด หรือของขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ที่มีความเปราะบางด้วยตัวมันเองหรือเสื่อมสลายได้ง่าย เพราะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่สามารถกลับคืนดังเดิมได้ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ หรือ
           6. มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์หรือบุคคลที่มีความสำคัญหรือความโดดเด่นยิ่ง ในประวัติศาสตร์

           มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพ อันมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความงาม หรือด้านวิทยาศาสตร์ หรือสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของพันธุ์พืชและสัตว์ซึ่งถูก คุกคามและมีคุณค่าในทางวิทยาศาสตร์สมควรแก่การอนุรักษ์ หรือแหล่งธรรมชาติอันทรงคุณค่าล้ำเลิศในทางวิทยาศาสตร์ การอนุรักษ์ หรือความงามตามธรรมชาติ
           ซึ่งจะได้รับการพิจารณาให้อยู่ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติได้ในกรณีที่มีคุณลักษณะโดดเด่นตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้
           1. เป็นตัวอย่างเด่นชัดในการเป็นตัวแทนของวิวัฒนาการสำคัญ ๆ ในอดีตของโลก รวมทั้งแหล่งที่เป็นตัวแทนของยุคสำคัญ ๆ ในอดีต เช่น ยุคของสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาการความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก หรือยุคน้ำแข็ง ซึ่งมนุษย์ดึกดำบรรพ์และสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก หรือ
           2. เป็นตัวอย่างเด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีวภาพ และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ ลักษณะนี้แตกต่างจากหลักเกณฑ์ในข้อ 1. กล่าวคือจะเน้นขบวนการที่กำลังเป็นอยู่ของชุมชนพืชและสัตว์ การเกิดของสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ทะเล และแหล่งน้ำผิวดิน ลักษณะดังกล่าวนี้จึงรวมถึง (ก) ขบวนการทางธรณีวิทยา ภูเขาน้ำแข็ง หรือภูเขาไฟ (ข) วิวัฒนาการทางชีววิทยา ตัวอย่างของกลุ่มสิ่งมีชีวิต เช่น ป่าไม้เขตร้อน ทะเลทราย ที่ราบทุนดร้า (ค) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศที่มีการทำเกษตรกรรมขั้นบันได หรือ
           3. เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากเป็นพิเศษ เช่น การเกิดหรือลักษณะหรือแหล่งที่มีความงดงามทางธรรมชาติกว่าพื้นที่อื่น ๆ เช่น ระบบนิเวศที่มีลักษณะพิเศษ สภาพทางธรรมชาติ (ตัวอย่างเช่น แม่น้ำ ภูเขา น้ำตก) แหล่งรวมความหนาแน่นของสัตว์ สภาพทิวทัศน์ที่มีพืชนานาชนิดเป็นองค์ประกอบและแหล่งรวมความผสมผสานระหว่างองค์ประกอบทางธรรมชาติและวัฒนธรรม หรือ
           4. เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายากหรือที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายแต่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหนาแน่นของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย
           ปัจจุบันมีแหล่งมรดกโลกในความดูแลทั้งหมดจำนวน ๘๕๑ แห่ง ใน ๑๔๑ ประเทศ แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๖๖๐ แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ ๑๖๖ แห่ง และอีก ๒๕ แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท (ข้อมูล ณ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐) สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี ในอนุสัญญาฯ ดังกล่าว เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๐ จวบจนถึงปัจจุบัน

แหล่งมรดกโลกของประเทศไทย  มี  5  แห่ง  ที่ขึ้นทะเบียนกับ  คณะกรรมการ  มรดกโลก / UNESCO
1.  อุทยานประวัติศาสตร์      พระนครศรีอยุทธยา
2.  "          "               "      ศรีสัชนาลัย   สุโขทัย
3.  เขตรัษาพันธ์สัตว์ป่า       ห้วยขาแข้ง
4.  แหล่งโบราณคดี             บ้านเชียง   อุดรธานี
5.  ป่าดงพญาเย็น               เขาใหญ่   นครราชสีมา





       





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น